18 ธันวาคม 2555

โครงงานบูรณาการ เมี่ยงคำเมืองตาก(วิชา การงาน)


เมี่ยงเต้าเจี้ยว

วัตถุดิบ
1.เครื่องเมี่ยง ประกอบด้วย
                -ข้าวพอง เอาข้าวเหนียวตากแห้ง แล้วมาทอดกับน้ำมัน หรือจะใช้ข้าวแตนแทน
                -ถั่วลิสงคั่ว
                -กุ้งแห้ง
                -ขิงสดหั่นเป็นสี่เหลี่ยม
                -มะนาวหั่นเป็นสี่เหลี่ยม
                -มะพร้าวเอามาขูดให้เป็นเส้นๆ
                -กระเทียมปลอกเปลือก
                -ตะไคร้ซอยบางๆ
2.เครื่องห่อ ประกอบด้วย
                -ข้าวเกรียบงาชุบน้ำให้นิ่ม 
3.เครื่องเคียง ประกอบด้วย
                -พริกขี้หนู
                -มะเขือพวง
                -มะแว้ง
4.เต้าเจี้ยวสำหรับราดเมี่ยง ใช้เต้าเจี้ยวที่เอามาทำเต้าเจี้ยวหลนมาล้างน้ำตัดความเค็ม เติมน้ำสุกพอประมาณและเติมน้ำส้มสายชูให้ออกรสเปรี้ยว หรือเติมน้ำตาลให้ออกรสหวาน
วิธีรับประทาน
1.นำข้าวเกรียบงามาชุบน้ำ
2.จัดเครื่องเมี่ยงวางบนข้าวเกรียบงา
3.โรยข้าวตากทอด และมะพร้าว
4.ราดด้วยเต้าเจี้ยว
5.ทำเป็นคำพอประมาณ พร้อมเสิร์ฟ


ที่มา:http://www.bloggang.com



วัตถุดิบ
               -ตะไคร้หั่น
-ถั่วลิสงคั่ว
-กระเทียม
-พริกขี้หนู 
                -มะพร้าวขูดเป็นเส้น
                -ข้าวพอง
                -เต้าเจี้ยว
-ใบชะพลู
วิธีรับประทาน
จัดเครื่องเมี่ยงวางบน
ใบชะพลู โรยข้าวตากทอด  มะพร้าว และราดด้วยเต้าเจี้ยวทำเป็นคำพอประมาณ พร้อมเสิร์ฟ
ที่มา:http://www.oknation.net

11 ธันวาคม 2555

การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง



การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง
หลักการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เป็นแนวคิดเชิงการผสมผสานการอนุรักษ์ ดิน น้ำ และการฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ควบคู่ไปกับความต้องการด้านเศรษฐกิจ 
การจำแนกป่า 3 อย่าง มีดังนี้
1. ป่าไม้ใช้สอย  คือ ไม้โตเร็ว สำหรับใช้ในครัวเรือน เช่น สะเดา ไม้ไผ่
2. ป่าไม้กินได้  คือ ไม้ผล เช่น มะม่วง และผักกินใบต่างๆ
3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  คือ  ไม้ที่ปลูกไว้ขาย  หรือไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก
ส่วนประโยชน์ 4 อย่าง จำแนกประโยชน์แต่ละอย่างออกเป็น
1. ป่าไม้ใช้สอย  นำมาสร้างบ้าน  ทำเล้าเป็ด  เล้าไก่  ด้ามจอบเสียม  ทำหัตถกรรม  หรือกระทั่งใช้เป็นเชื้อเพลิง (ฟืน) ในการหุงต้ม
2. ป่าไม้กินได้  นำมาเป็นอาหาร  ทั้งพืชกินใบ  กินผล  กินหัว  และเป็นยาสมุนไพร
3. ป่าไม้เศรษฐกิจ  เป็นแหล่งรายได้ของครัวเรือน  เป็นพืชที่สามารถนำมาจำหน่ายได้  ซึ่งควรปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อลดความเสี่ยงเรื่องราคาตกต่ำและไม่แน่นอน
4. ประโยชน์ในการช่วยอนุรักษ์ดินและน้ำ  การปลูกพืชที่หลากหลายอย่างเป็นระบบ จะช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในสวน  ช่วยปกป้องผิวดินให้ชุ่มชื้น ดูดซับน้ำฝน และค่อยๆ ปลดปล่อยความชื้อสู่สวนเกษตรกรรม

ที่มา  http://www.vcharkarn.com/varticle/39438



คุณธรรมจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต

คุณธรรมจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
กล่าวถึงบัญญัติสิบประการของการใช้คอมพิวเตอร์ไว้ดังนี้
1. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำร้ายผู้อื่น
2. ไม่รบกวนจนงานคอมพิวเตอร์ของผู้อื่น
3. ไม่แอบดูแฟ้มข้อมูลของผู้อื่น
4. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อลักขโมย
5. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อเป็นพยานเท็จ
6. ไม่ใช้หรือทำสำเนาซอฟต์แวร์ที่ตนไม่ได้ซื้อสิทธิ์
7. ไม่ใช้คอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่มีอำนาจหน้าที่
8. ไม่ฉวยเอาทรัพย์ทางปัญญาของผู้อื่นมาเป็นของตน
9. คิดถึงผลต่อเนื่องทางสังคมของโปรแกรมที่เขียน
10. ใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่แสดงถึงความใคร่ครวญและเคารพ
การทำงานอินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ จะทำให้สังคมอินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์จะทำให้สังคมอินเทอร์เน็ตน่าใช้และเป็นประโยชน์ กิจกรรมบางอย่างที่ไม่ควรปฏิบัติจะต้องหลีกเลี่ยง ในการส่งกระจายข่าวลือไปเป็นจำนวนมาบนเครือข่าย การส่งจดหมาอิเล็กทรอนิกส์แบบลูกโซ่ เป็นต้น ดังนั้นเราควรปฏิบัติตามกฎ กติกา มารยาท หรือ จรรยาบรรณของการใช้อินเทอร์เน็ต
ที่มา http://iladapress.wordpress.com/2012/02/11

3 ธันวาคม 2555

แนะนำตัว



ดิฉันชื่อ: ด.ญ.  วรรณรดา   รอดคุ้ม ( Wanrada   Rodkum )
ชื่อเล่น: วิว ( View ) เกิดวันที่  21 เดือนตุลาคม พ.ศ 25xx 
กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3 โรงเรียนตากพิทยาคม  อ.เมือง  จ.ตาก
มีพี่ชาย 1 คนชื่อ เอ็ม 
งานอดิเรก:ทำการบ้าน  วาดรูป  
สถานที่ที่อยากไป: ประเทศญี่ปุ่น เพราะ เป็นประเทศที่มีธรรมชาติและวัฒนธรรมที่สวยงาม ที่สำคัญเป็นจุดเริ่มต้นของการ์ตูนหลายเรื่อง
การ์ตูนที่ชอบ:โคนัน และ รีบอร์น  
สีที่ชอบ:สีฟ้าและสีเขียวอ่อน

22 พฤศจิกายน 2555

ข้อมูลและสารสนเทศ





ข้อมูลและสารสนเทศ

     ข้อมูล เป็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ หรือของสิ่งที่น่าสนใจ ข้อมูลจะนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศ ก่อน สารสนเทศนี้เองคือสิ่งที่เรานำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ข้อมูลและสารสนเทศจึงเป็นสิ่งมีค่า ต้องเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระบบ และต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์



ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
        เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในปัจจุบันมีหลายประเภท จำแนกได้ตามขอบเขตของการเชื่อมต่อ ว่าต้องการใช้ในระยะใกล้หรือไกล ประเภทที่สำคัญๆ มีดังต่อไปนี้
 1. เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ ( Local Area Network ) หรือ LAN
2. เครือข่ายบริเวณนครหลวง ( Metropolitan Area Network ) หรือ MAN 
3. เครือข่ายบริเวณกว้าง ( Wide Area Network )
4. เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ( Internet )

เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่
        เครือข่ายบิรเวณเฉพาะที่ ( LAN ) เป็นเครือข่ายระยะใกล้ ใช้ภายในสำนักงานขององค์กรที่อยู่ในอาคารเดียวกัน ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญดังนี้
1. เครื่องบริการ ( server ) 
2. เครื่องสถานีงาน ( workstation ) หรือ เครื่องรับบริการ ( client )
3. การ์ดต่อเชื่อมเครือข่ายเฉพาะที่ ( LAN card ) 
4. ซอฟต์แวร์จะควบคมระบบเครือข่าย ( Network system software )
5. เครื่องกระจายสายระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ หรือ ฮับ ( huh )
6. สายต่อเชื่อมระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ ( LAN cable )

เครือข่ายบริเวณนครหลวง
        เครือข่ายบริเวณนครหลวง หรือแมน( MAN ) เป็นเครือข่ายให้บริการสำหรับเมืองใหญ่ๆ ที่พัฒนามาจากระบบโทรทัศน์ทางสาย หรือเคเบิลทีวีในสมัยก่อน ระบบนี้ใช้สายโคเเอ็กเชียลความเร็วสูง (coaxial cable ) ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ไปให้สมาชิกตามบ้าน ต่อมาได้พัฒนาให้รับส่งข้อมูลได้ด้วย โดยทั่วไปสามารถรับส่งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูล โดนมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์รับส่งที่สามารถแยกสัญญาณเหล่านี้ออกจากกัน ทำให้บริการได้ทั้งเคเบิลทีวี วิทยุทางสาย และเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์

เครือข่ายบริเวณกว้าง
        เครือข่ายบริเวณกว้าง หรือแวน ( WAN ) เป็นเครือข่ายที่พัฒนามาจากเครือข่ายโทรศัพท์ทางไกล ซึ่งเชื่อมโยงผ่าน เมือง จังหวัด ประเทศ ทวีป โยงใยทั่วโลก เครือข่ายนี้แบ่งเป็นเครือข่ายย่อย ( subnet ) และ เครือข่ายหลัก ( backbone ) ประกอบด้วยสวิทซ์เลือกคู่สายที่อยู่ตามชุมสายต่างๆ เชื่อมโยงด้วยสายเคเบิลจำนวนมากทุกรูปแบบ ทั้งสายทองแดง สายใยแก้วนำแสง สัญญาณไมโครเวฟ ผ่านภาคพื้นดินและผ่านดาวเทียม 

เครือข่ายอินเทอร์เน็ต
        เครือข่ายอินเทอร์เน็ต ( Internet ) ได้รับการพัฒนามาจากเครือข่ายแวนเพื่องานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่เรียกว่า อาร์พาเน็ต ( ARPANET ) ซึ่งเริ่มต้นสร้างขึ้นในปี 1969 โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมพัฒนา 3 แห่ง และศูนย์วิจัยอีก 1 แห่ง ต่อมาเครือข่ายนี้ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีผู้เข้าร่วมพัฒนามากมาย รวมทั้งบริษัทเอกชน และได้มีเครือข่ายอีกเครือข่ายเกิดขึ้นในปี 1991 เป็นเครือข่ายเพื่อการวิจัยและการศึกษา ที่เรียกว่า NSFNET  ซึ่งสนับสนันโดยรัฐบาลอเมริกันเช่นกัน ความเร็วในการสื่อสารของเครือข่ายนี้สูงถึงกว่า 1 Gbps หรือ 1 พันล้านบิตต่อวินาที โดยอาศัยเครือข่ายแวน ที่เป็นเครือข่ายสาธารณะนั่นเอง ต่อมาทั้ง 2 เครือข่ายนี้ได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

       การเข้าใช้อินเทอร์เน็ต เราต้องซื้อบริการจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือไอเอสพี การเชื่อมต่อเข้าเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันนิยมใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ( ประมาณ 2 - 3 Mbps ) ผ่านสายโทรศัพท์บ้านโดยเสียค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่ายรายเดือน แต่สำหรับบริษัทหรือหน่วยงานราชการที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตพร้อมกันหลายๆจุด และต้องการความเร็วสูง มักเลือกใช้วิธีเช่าสายจากผู้ให้บริการโทรศัพท์ เช่น บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และต่อเชื่อมระบบแลนเข้าสู่เครื่องบริการของไอเอสพีอย่างถาวร